“ส.พระปกเกล้า”เปิดตัวหนังสือวิเคราะห์นายกฯม.7

“ส.พระปกเกล้า”เปิดตัวหนังสือวิเคราะห์ นายกฯม.7 “ไชยันต์”แจงการไม่มีเจ้าภาพ-ต้องตีความประเพณีการปกครอง เสี่ยงทำวุ่น “นรนิติ”ชี้เป็นอำนาจศาลรธน.ตีความเพื่อหาทางออก ที่โรงแรมเซ็นทราศูนย์ราชการ สถาบันพระปกเกล้าจัดเสวนาเปิดตัวหนังสือ “ประเพณีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข : บทวิเคราะห์มาตรา 7 จากรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย 2540 ถึงร่างรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน(มุมมองทางรัฐศาสตร์)”

ที่นายไชยันต์ ไชยพร อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นผู้เขียนขึ้น โดยได้รับทุนสนับสนุนการวิจัยจากสถาบันพระปกเกล้า โดยนายวุฒิสาร ตันไชย รองเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า กล่าวว่า เรื่องมาตรา 7 ซึ่งในรัฐธรรมนูญปัจจุบันคือมาตรา 5 ที่ระบุว่า “เมื่อไม่มีบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้บังคับแก่กรณีใด ให้กระทำการนั้นหรือวินิจฉัยกรณีนั้นไปตามประเพณีการปกครองประเทศไทยในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข” ซึ่งเรื่องดังกล่าวมีโจทย์คำถามหลายอย่างว่า อะไรคือประเพณีการปกครอง แล้วต้องเอาประเพณีการปกครองตามศาสตร์ของใคร เอาหลักของใครมาตอบคำถามเรื่องประเพณีการปกครองระบอบประชาธิปไตย และในรัฐธรรมนูญปี 2560 มีการใส่ข้อความว่าเป็นประเพณีการปกครองของประเทศไทย ซึ่งจะต้องดูว่าประเพณีการปกครองของประเทศไทยคืออะไร ดังนั้นจึงเป็นการคลี่คลายคำถามที่น่าสงสัยเหล่านี้ เพราะหากมีปัญหาขึ้นมาในอนาคตเราจะได้มีคำตอบ และเป็นส่วนในการช่วยหาทางออก นายไชยันต์ ไชยพร อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ตนสนใจเรื่องดังกล่าวเพราะเป็นต้นเหตุของวิกฤติการณ์ทางการเมืองถึง 2 ครั้งคือปี 2549 และปี 2556 ซึ่งมีการยกประเด็นมาตรา 7 ขึ้นมาอ้าง ทั้งนี้ปกติมาตรา 7 จะไม่ถูกบรรจุในรัฐธรรมนูญฉบับถาวรเลย แต่เริ่มมีมาหลังจากรัฐธรรมนูญปี 40 เป็นต้นมา แต่ไม่มีการเขียนไว้ชัดเจนว่าใครเป็นเจ้าภาพในเรื่องมาตรา 7 ทั้งที่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนายบวรศักดิ์ มีการระบุคณะบุคคลที่จะมาวินิจฉัยมาตรา 7 ไว้ชัดเจนคือให้ประธานศาลรัฐธรรมนูญจัดให้มีการประชุมร่วมระหว่างประธานสภาผู้แทนราษฎร ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ประธานวุฒิสภา นายกรัฐมนตรี ประธานศาลฎีกา ประธานศาลปกครองสูงสุด ประธานศาลรัฐธรรมนูญ และประธานองค์กรอิสระเพื่อวินิจฉัย แต่สุดท้ายร่างรัฐธรรมนูญดังกล่าวก็ถูกคว่ำไป และในรัฐธรรมนูญปี 60 ก็ไม่ได้ระบุผู้ที่เป็นเจ้าภาพไว้ ดังนั้นหากหลังเลือกตั้งแล้วไม่สามารถเลือกนายกฯคนในได้ และไม่สามารถเลือกนายกฯคนนอกได้ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ได้เขียนไว้ว่าต้องทำอย่างไร ก็ต้องว่ากันตามประเพณีการปกครอง แต่ก็จะต้องมาตีความว่าประเพณีการปกครองของประเทศไทยจะต้องทำอย่างไร คือการนำมาสู่นายกฯตามมาตรา 7 ใช่หรือไม่

ด้านนายนรนิติ เศรษฐบุตร นายกสภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า ตนเห็นว่าวันนี้การตีความเรื่องนี้คนจะตีความได้คือศาลรัฐธรรมนูญ เพราะรัฐธรรมนูญเขียนไว้ชัดว่าศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจพิจารณาวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับรัฐธรรมนูญ นอกจากนั้นเรื่องมาตรา 5 ไม่ใช่เรื่องการตั้งนายกฯอย่างเดียว แต่คลอบคุลมถึงทุกเรื่องที่มีปัญหาแล้วไม่มีทางออก ซึ่งเป็นความหมายที่กว้างมาก ดังนั้นมาตรา 5 จริงๆ จึงถือเป็นยาทั่วไป หากไม่มีทางออกก็ต้องมาใช้มาตรานี้ ที่เปิดทางให้แก้ปัญหาวิกฤติได้ในหลายๆอย่าง. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ dailynews